บทที่ 8 คุณกำลังเล่นกับฉัน

กรณ์เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าเธอ ก็อดถามไม่ได้ว่า “เธอไม่มีอะไรที่กลัวบ้างเลยเหรอ?”

อลีนาเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ คิดจะหลอกถามเธอเหรอ ฝันไปเถอะ

“ไม่มีจริง ๆ ย่ะ”

กรณ์ขมวดคิ้ว สูดหายใจลึกแล้วกระดกยาลงคอ

กลิ่นเหม็นฉุนขึ้นจมูก ในท้องปั่นป่วนแทบจะอาเจียนออกมา แต่เขาต้องฝืนกลืนลงไป

เมื่อเห็นหน้าเขาบิดเบี้ยวจากการกินยา อลีนาก็แซวว่า “ก็กินหมดแล้วนี่นา จะเอาลูกอมอีกสักเม็ดไหมคะ?"

บ้าจริง ผู้หญิงคนนี้เห็นเขาเป็นเด็กหรือไง

กรณ์ก้มหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ เงยหน้ามองไปข้างหลังเธอแล้วแสร้งเบิกตาโตตะโกนด้วยความตกใจ

“แย่แล้ว ข้างหลังคุณมีงู!”

“กรี๊ด!!”

อลีนาได้ยินดังนั้น ตัวก็ลอยละลิ่วกระโดดเข้าไปในอ้อมกอดของกรณ์ทันที

โชคดีที่เธอตัวเล็ก และกรณ์ก็ฟื้นกำลังแขนแล้ว ไม่อย่างนั้นกระโดดมาแบบนี้ ที่รักษามาสองวันคงสูญเปล่า

เธอกอดคอกรณ์แน่นไม่กล้าหันไปมอง

“รีบไล่มันไปสิ เร็วเข้า!”

อลีนาใจกล้ามาตั้งแต่เด็ก หนูหรือแมลงสาบก็ไม่หวั่นแต่กลับกลัวงูที่สุด คราวก่อนคุยกับพวกเด็ก ๆ กรณ์บังเอิญได้ยิน ไม่คิดว่าจะเอามาใช้ประโยชน์ได้

รู้สึกว่าไหล่ของกรณ์สั่นไหว อลีนาค่อย ๆ คลายมือออก เห็นใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้ม พอหันกลับไปมอง ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของงู

“คุณหลอกฉันเหรอ?”

กรณ์ยักไหล่ “จะเป็นไปได้ยังไง ผมก็แค่ลองเชิงดู ดูท่าคุณหมออลีนาก็ไม่ซื่อสัตย์เหมือนกันนะ”

“คนบ้า”

กรณ์หัวเราะร่า ในที่สุดก็เอาคืนได้บ้าง ใครใช้ให้เธอกดขี่เขาตลอดล่ะ

อลีนามองค้อนเขาตาเขียวปั๊ด ดวงตาสวยคู่นั้นเหมือนจะลุกเป็นไฟ

ไม่นานเธอก็รู้สึกผิดปกติ หน้าอกสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นรัว ที่สำคัญคือมีมือใหญ่กำลังประคองเอวเธอไว้ ทำให้ตอนนี้เธอรู้สึกร่างกายร้อนผ่าวเหมือนถูกไฟห่อหุ้ม

เพราะเธออยู่ในอ้อมกอดของกรณ์!

แก้มของอลีนาแดงไปถึงใบหู เธอรีบเด้งตัวออกจากอ้อมกอดเขาแทบจะทันที

เมื่อมือว่างเปล่า แววตาของกรณ์ฉายแววเสียดาย เอวบางร่างน้อยนั้น สัมผัสนุ่มนิ่มช่างสบายมือ มุมเมื่อกี้ มองเห็นเนินอกรำไร ชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิง

สายตาที่เขามองอลีนาร้อนแรงเกินไป ราวกับจะมองทะลุปรุโปร่ง

อลีนาอยู่ต่อไม่ไหว หันหลังจะเดินหนีแต่ถูกกรณ์คว้าไว้

“เมื่อกี้บอกว่าจะให้ลูกอมผมไม่ใช่เหรอ?"

“หมดแล้ว”

ให้หมากินยังดีกว่าให้เขา อลีนาพบว่าพออยู่กับผู้ชายคนนี้ทีไร มักจะควบคุมตัวเองไม่ได้ทุกที

อลีนาเดินมาที่หลังบ้าน เจ้าตัวแสบทั้งสามกำลังเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อเที่ยง

น้องแชมป์มองแก้มแดง ๆ ของหม่ามี้แล้วถามด้วยความเป็นห่วง “หม่ามี้เป็นอะไรครับ? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”

น้องเบนซ์ถามเสริม “เมื่อกี้ได้ยินเสียงกรี๊ด มีใครรังแกหม่ามี้หรือเปล่าครับ?"

นิน่าวิ่งเหยาะ ๆ ไปจับมือเธอ “มือหม่ามี้ร้อนจี๋เลย หน้าก็แดง เหมือนลูกแอปเปิ้ลเลยค่ะ”

น้องแชมป์ตาเป็นประกาย “หรือว่าหม่ามี้จุ๊บ ๆ กับคุณลุงสุดหล่อแล้ว!”

อลีนา “......”

สรุปแล้วลูกชายเธอไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหนกันเนี่ย

เธอเอามือพัดหน้าแก้เขิน “ไม่ใช่สักหน่อย เมื่อกี้โดนควันตอนต้มยาต่างหาก น้องแชมป์ห้ามพูดแบบนี้อีกนะ ไม่งั้นจะอดกินซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวาน”

น้องแชมป์รีบทำตัวเรียบร้อยทันที “ฟังหม่ามี้ทุกอย่างครับ”

“พวกหนูทำไปนะ เดี๋ยวหม่ามี้ไปยุ่งในครัวก่อน”

พอมองหม่ามี้เข้าครัวไป น้องแชมป์ก็กวักมือเรียกน้อง ๆ เข้ามา

“น้องเบนซ์สังเกตไหม หม่ามี้ดูแปลก ๆ นะ เวลาพูดไม่กล้าสบตาพวกเรา แสดงว่ากำลังโกหก”

หม่ามี้เลี้ยงพวกเขามากับมือ ปกติเวลามีเรื่องปิดบังก็ทำหน้าแบบนี้แหละ

“ใช่ แต่หม่ามี้ดูเหมือนจะเขินอายด้วยนะ” น้องเบนซ์เสริม

นิน่าทำท่าทางเหมือนเข้าใจโลก “หม่ามี้อยู่กับคุณลุงสุดหล่อทุกวัน จะไม่ให้หวั่นไหวได้ไงคะ เขาหล่อจะตาย”

พี่ชายทั้งสองส่งสายตาอิจฉา ถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “พวกเรากับเขาใครหล่อกว่ากัน?"

นิน่าตอบเสียงใส “พี่ชายหล่อกว่าค่า”

ถึงนิน่าจะชอบคุณลุงสุดหล่อ แต่ก็แยกแยะได้ เธอชอบคุณลุงเพราะเขาให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนแม่ของเธอ

น้องแชมป์พยักหน้าพอใจ “ค่อยยังชั่ว น้องต้องจำไว้นะ ครอบครัวเราสี่คนต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน”

น้องเบนซ์ถามตาแป๋ว “งั้นเราจะทำอะไรต่อดี?"

น้องแชมป์จ้องต้นหอมในตะกร้าแล้วยิ้มกริ่ม “เขามากินฟรีอยู่ฟรีบ้านเรา แถมหม่ามี้ต้องรักษาให้อีก ต้องให้ช่วยทำงานบ้าง”

น้องเบนซ์เห็นด้วย รีบไปเรียกคนมาที่หลังบ้านทันที

กรณ์กำลังเบื่อพอดี เลยยินดีที่จะช่วย

“ว่ามาเลยเจ้าตัวเล็ก จะให้ฉันทำอะไร?"

น้องแชมป์ยื่นตะกร้าให้ ชี้ไปที่เขียงบนแท่นหิน “คุณลุงครับ พวกผมสูงไม่ถึง รบกวนลุงช่วยซอยต้นหอมพวกนี้หน่อย หม่ามี้จะทำเกี๊ยวให้กินครับ”

ชาตินี้กรณ์ไม่เคยเข้าครัว ไม่คิดว่าตอนนี้ต้องมาฟังคำสั่งเด็กไม่กี่ขวบ

“ไม่มีปัญหา”

เขาไม่ได้เห็นต้นหอมเล็ก ๆ พวกนี้อยู่ในสายตา หยิบขึ้นมากำหนึ่งแล้วเริ่มหั่น

น้องเบนซ์เห็นเขาหั่นต้นหอมยาวกว่านิ้วมือ ก็ส่ายหน้าเตือน “คุณลุงครับ ต้องซอยให้ละเอียด ๆ นะครับ”

กรณ์ไม่คิดเลยว่าเด็กไร้เดียงสาพวกนี้จะมีแผนร้าย จึงพยายามซอยให้ละเอียดที่สุดตามคำขอ

แต่สักพักเขาก็รู้สึกผิดปกติ เหมือนมีอะไรเข้าตา แสบไปหมด

เท่านั้นยังไม่พอ เขาพบว่าน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด จนต้องสูดจมูกฟุดฟิด

น้องแชมป์กับน้องเบนซ์มองหน้ากันแล้วกลั้นขำ

“คุณลุงครับ ผมแค่ให้หั่นต้นหอมเอง ทำไมถึงร้องไห้ล่ะครับ คิดว่าพวกผมรังแกเหรอ!”

กรณ์ “......”

ที่แท้เขาก็โดนเด็กพวกนี้แกล้ง ลูกเต้าเหล่าใครกันเนี่ย ตัวแค่นี้ร้ายกาจจริง ๆ

นิน่าเห็นตาเขาแดงก่ำ ก็ตะโกนเรียกไปทางครัว

“หม่ามี้รีบออกมาช่วยเร็วเข้า คุณลุงสุดหล่อจะตายแล้ว”

กรณ์: “......”ไม่เห็นต้องพูดเวอร์ขนาดนั้นก็ได้มั้ง

อลีนาได้ยินเสียงเรียกก็รีบวิ่งออกมา เห็นเขาหลับตาปี๋ น้ำตาไหลอาบแก้มหล่อ ๆ ถึงจะดูน่าสงสารแต่ก็ตลกดี

“เกิดอะไรขึ้น”

น้องเบนซ์สารภาพเอง “หม่ามี้ครับ พวกเราอยากให้เขาช่วยซอยต้นหอม แต่เขาทำไม่เป็นเลยโดนรมเข้าตาครับ”

อลีนาเข็นรถเข็นไปที่อ่างน้ำ “ให้คุณชายใหญ่มาสัมผัสความลำบากยากเข็ญในที่แบบนี้ ลำบากคุณแย่เลยนะ คนทำอะไรไม่เป็นอย่างคุณ ถ้าไปติดเกาะร้างคงมีแต่อดตาย”

บ่นเขายังไม่พอ ยังจะเหน็บแนมอีก ก็แค่แกล้งเธอหน่อยเดียว เจ้าคิดเจ้าแค้นชะมัด

ปากก็บ่นไปงั้น แต่อลีนาก็หาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดตาให้เขาอย่างเบามือ

เธออยู่ใกล้มาก จนได้กลิ่นหอมเย็น ๆ จากตัวเธอ เหมือนมีเวทมนตร์วิเศษที่ทำให้รู้สึกสบายใจ

“รู้สึกยังไงบ้าง?”

กรณ์พยายามลืมตา ภาพตรงหน้ายังพร่ามัวเพราะม่านน้ำตา มองดูผู้หญิงตรงหน้าอย่างเลือนราง เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน หรือว่าจะเป็น...

“ผู้ชายอกสามศอก หั่นต้นหอมจนน้ำตาแตกแบบนี้ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น”

“......”

ความคิดของกรณ์สะดุดกึก ถ้าเธอเป็นผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ เขาจะยอมเดินด้วยมือเลยเอ้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป